คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
 
 
 
โดยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อาศัยอำนาจตาม  มาตรา  ๓  อัฏฐ   วรรคสอง   แห่งประมวล
รัษฎากร  ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี   การชำระภาษี   และการนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภาษีเงินได้นิติบุคคล  ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ออกไปอีก ๘ วัน  นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด  โดยมีวัตถุประสงค์ให้
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีลดการใช้กระดาษ   เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมชดเชยการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของ
กรมสรรพากร  ( RD Carbon Credit )  อันเป็นการปลุกจิตสำนึกให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีส่วนร่วมกับสังคม  ในการ
ลดภาวะโลกร้อน    ทั้งนี้   สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามประมวลรัษฎากร   ที่กำหนดให้ยื่นรายการภาษี
ระหว่าง   วันที่  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕   ถึง   วันที่  ๓๑ มกราคม ๒๕๕๗   กรมสรรพากรขอชี้แจงเกี่ยวกับการขยาย
กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษี  สำหรับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการ
ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในสาระสำคัญเพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ดังต่อไปนี้
 
 
 
ข้อ ๑   ให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   สำหรับ
การยื่นแบบแสดงรายการภาษี    ซึ่งบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร    กำหนดให้ยื่นรายการ    ในช่วงเวลาระหว่าง
วันที่   ๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕   ถึง   วันที่   ๓๑  มกราคม  ๒๕๕๗
  ดังนี้
 
 
 
๑.๑  แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ได้แก่
(๑)  ภ.ง.ด.๙๐  และ  ภ.ง.ด.๙๑  ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น  ภายใน วันที่ ๘ เมษายน ของปีถัดไป
(๒)  ภ.ง.ด.๙๔   ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภายในเดือนกันยายนของทุกปี   ให้ขยายกำหนด
เวลาดังกล่าวออกไปเป็น  ภายใน วันที่ ๘ ตุลาคม ของทุกปี
 
 
 
๑.๒  แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล  ได้แก่
(๑)  ภ.ง.ด.๕๐    ภ.ง.ด.๕๒     และ     ภ.ง.ด.๕๕     ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี  ภายใน
๑๕๐ วัน   นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี    ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น  ภายใน 158 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
(๒)  ภ.ง.ด.๕๑    ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน ๒ เดือน   นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะ
เวลา ๖ เดือน  นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี   ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวเป็น   ภายใน ๒ เดือน ๘ วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา ๖ เดือน   นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
(๓)  ภ.ง.ด.๕๔    ซึ่งต้องยื่นรายการและนำส่งภาษี ภายใน ๗ วัน   นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย
เงินได้พึงประเมิน หรือจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย ให้ขยายกำหนดเวลาออกไปเป็น ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันสิ้นเดือน  ของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน  หรือจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย
 
 
๑.๓  แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  ได้แก่   ภ.ง.ด.๑     ภ.ง.ด.๒     ภ.ง.ด.๓
และ    ภ.ง.ด.๕๓     ซึ่งต้องยื่นรายการและนำส่งภาษี    ภายใน ๗ วัน    นับแต่วันสิ้นเดือน ของเดือนที่จ่ายเงินได้ พึงประเมิน   ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น    ภายใน ๑๕ วัน  นับแต่วันสิ้นเดือน  ของเดือนที่จ่าย เงินได้พึงประเมิน
 
 
 
๑.๔  แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม  ได้แก่
(๑)  ภ.พ.๓๐    ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี  ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป
ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น  ภายใน วันที่ ๒๓ ของเดือนถัดไป
(๒)  ภ.พ.๓๖     ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี      ภายใน  ๗  วัน     นับแต่วันสิ้นเดือน   ของ
เดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้า  หรือค่าบริการ  (กรณีผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า   หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว    และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว) เดือนที่ขายทอดตลาด    (กรณีผู้ทอดตลาด   ซึ่งขายทรัพย์สิน  ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)    หรือ เดือนที่ครบกำหนด ๓๐ วัน  ที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น   (กรณีผู้รับโอนสินค้า หรือผู้รับโอนสิทธิในบริการ  ตามมาตรา ๘๓/๗  แห่งประมวลรัษฎากร)    ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น  ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของ     เดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการ     เดือนที่ขายทอดตลาด     หรือเดือนที่ครบกำหนด ๓๐ วัน ที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น     แล้วแต่กรณี
 
 
 
๑.๕  แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ  ได้แก่   ภ.ธ.๔๐   ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี
ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป  ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็น   ภายใน วันที่ ๒๓ ของเดือนถัดไป
 
 
 
ข้อ ๒   ผู้ที่จะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาตาม ข้อ ๑  จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติและ
ฉบับเพิ่มเติม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น    หากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ     แม้ต่อมาจะได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    จะไม่ได้รับสิทธิ ให้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี       หรือหากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต     ต่อมายื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งในรูปแบบของกระดาษ    จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน   ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร     โดยการคำนวณเงินเพิ่ม      สำหรับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะเป็นไปตามตัวอย่าง ดังต่อไปนี้
ตัวอย่าง
กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม    ภ.พ. ๓๐    สำหรับ เดือนภาษี    กุมภาพันธ์   ๒๕๕๕
จะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   หากปรากฏว่า
 
 
 
(๑)   ผู้ประกอบการ  ยื่นแบบ   ภ.พ.๓๐    ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    เมื่อวันที่  ๒๓
มีนาคม  ๒๕๕๕    กรณีดังกล่าว  ได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี   จึงไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
 
 
 
(๒)   ผู้ประกอบการ  ยื่นแบบ   ภ.พ.๓๐    ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    เมื่อวันที่  ๒๔
มีนาคม  ๒๕๕๕   กรณีดังกล่าว  ไม่ได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี    จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม   ตามมาตรา ๘๙   และมาตรา ๘๙/๑   แห่งประมวลรัษฎากร     โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่    วันที่ ๑๖ มีนาคม  ๒๕๕๕   จนถึงวันชำระ
 
 
 
(๓)   ผู้ประกอบการ  ยื่นแบบ   ภ.พ.๓๐    ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    เมื่อวันที่  ๒๓
มีนาคม  ๒๕๕๕     ต่อมายื่นแบบ ภ.พ.๓๐ ฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   เมื่อวันที่  ๒๕  มีนาคม ๒๕๕๕    เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด ๓๐,๐๐๐ บาท    ภาษีขาย ๒,๑๐๐ บาท    ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม  ๒,๑๐๐  บาท   กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.๓๐   ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าว  จะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามมาตรา ๘๙   และมาตรา ๘๙/๑   แห่งประมวลรัษฎากร   โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่  วันที่  ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕ จนถึงวันชำระ
 
 
 
(๔)   ผู้ประกอบการ  ยื่นแบบ   ภ.พ.๓๐    ฉบับปกติ ในรูปแบบของกระดาษ   เมื่อวันที่  ๑๕ มีนาคม
๒๕๕๕    ต่อมายื่นแบบ ภ.พ.๓๐ ฉบับปกติอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  เมื่อวันที่  ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม      กรณีการยื่นแบบ  ภ.พ.๓๐   ฉบับปกติอีกครั้งดังกล่าว   ไม่ได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี      ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม   ตามมาตรา ๘๙   และมาตรา ๘๙/๑   แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่ม ตั้งแต่ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕  จนถึงวันชำระ
 
 
 
(๕)   ผู้ประกอบการ  ยื่นแบบ   ภ.พ.๓๐    ฉบับปกติ ในรูปแบบของกระดาษ   เมื่อวันที่  ๑๙ มีนาคม
๒๕๕๕    มีภาษีต้องชำระ   กรณีดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี    ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม   ตามมาตรา ๘๙   และมาตรา ๘๙/๑   แห่งประมวลรัษฎากร   ต่อมา   ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ. ๓๐   ฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    เมื่อวันที่  ๒๓  มีนาคม  ๒๕๕๕    เพื่อปรับปรุงรายการ ยอดขายแจ้งไว้ขาด   ๓๐,๐๐๐  บาท     ภาษีขาย   ๒,๑๐๐  บาท      ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม   ๒,๑๐๐  บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.๓๐ ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าว   ไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน ผู้ประกอบการต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม     ตามมาตรา ๘๙     และมาตรา ๘๙/๑    แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่  วันที่  ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕  จนถึงวันชำระ
 
 
 
(๖)   ผู้ประกอบการ  ยื่นแบบ   ภ.พ.๓๐    ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    เมื่อวันที่  ๑๙
มีนาคม  ๒๕๕๕  มีภาษีต้องชำระ   กรณีดังกล่าวได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี   จึงไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ  และเงินเพิ่ม  ตามประมวลรัษฎากร       ต่อมาผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ. ๓๐    ฉบับเพิ่มเติม ในรูปแบบของกระดาษ    เมื่อวันที่  ๒๓ มีนาคม  ๒๕๕๕   เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด ๓๐,๐๐๐ บาท ภาษีขาย ๒,๑๐๐ บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม ๒,๑๐๐ บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.๓๐ ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี  ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามมาตรา ๘๙  และมาตรา ๘๙/๑ แห่งประมวลรัษฎากร   โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่ วันที่  ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕  จนถึงวันชำระ
 
 
 
ข้อ ๓   กรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี  ผ่านระบบ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตตามคำชี้แจงฉบับนี้     แต่ปรากฏว่าในขณะที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี   ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต     มีเหตุขัดข้อง      หรือข้อผิดพลาดของระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเป็นผลให้    การยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าว    เกินกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปตาม   ข้อ  ๑ โดยมิใช่ความผิดของผู้มีหน้าที่เสียภาษี   ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าวออกไปอีก   ๗  วัน    นับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปตาม  ข้อ  ๑   โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษี     ที่ประสงค์จะใช้สิทธิขยายกำหนดเวลาดังกล่าว      จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในรูปแบบของกระดาษ    พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีต่ออธิบดี  ที่  สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาท้องที่      ทั้งนี้     ตามประกาศกรมสรรพากร    เรื่อง    ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี    และการนำส่งภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    ลงวันที่   ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
 
 
 
ข้อ ๔   กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  และ
ได้รับสิทธิผ่อนชำระ ๓ งวด ตามมาตรา ๖๔ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร  จะต้องผ่อนชำระภายในกำหนดเวลา  ดังนี้
- งวดที่หนึ่ง  ต้องชำระพร้อมกับการยื่นแบบฯ ภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป
- งวดที่สอง  ต้องชำระภายในหนึ่งเดือน   นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง
- งวดที่สาม  ต้องชำระภายในหนึ่งเดือน   นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง     หากไม่ชำระงวดใด
งวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้   ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป   และต้องเสียเงินเพิ่ม ตามมาตรา ๒๗ แห่งประมวลรัษฎากร  สำหรับงวดที่ไม่ชำระและงวดต่อๆ ไป  โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่พ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปนั้น จนถึงวันชำระ
ตัวอย่าง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบ ภ.ง.ด. ๙๐  สำหรับปีภาษี ๒๕๕๔  ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ภายใน
กำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป  กล่าวคือ ภายในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ (วันที่  ๘-๙ เมษายน ๒๕๕๕ เป็นวันหยุดราชการ)  โดยได้รับสิทธิผ่อนชำระ  ๓ งวด   ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีแต่ละงวดภายในกำหนดเวลาดังนี้      - งวดที่หนึ่ง  ต้องชำระภายใน วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕
- งวดที่สอง  ต้องชำระภายใน วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕
- งวดที่สาม  ต้องชำระภายใน วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕
หากปรากฏว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระงวดที่ ๑  ภายในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕    แต่ไม่ชำระภาษีงวดที่สองภายในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕   ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๗ แห่งประมวลรัษฎากร  สำหรับงวดที่สองและงวดที่สาม  โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๕ จนถึงวันชำระ
 
 
  จึงขอชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน  
 
  กรมสรรพากร
๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕
 
 
  สำนักกฎหมาย
โทรศัพท์ ๐๒-๒๗๒-๘๒๘๘